2 เรื่องก่อนซื้อสายกีต้าร์

Last updated: Jul 11, 2020  |  14285 จำนวนผู้เข้าชม  |  การเลือกซื้อสาย

2 เรื่องก่อนซื้อสายกีต้าร์

2 เรื่องก่อนซื้อสายกีต้าร์
________________________________________________________

สำหรับคนที่เล่นกีต้าร์มานาน อาจะไม่มีปัญหาในส่วนนี้สักเท่าไหร
แต่สำหรับมือใหม่ที่จะซื้อสายกีต้าร์ในแต่ละทีนั้น.....

อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ เลือกไม่ถูก และเกิดคำถามมากมายตามมา
และในบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเลือกซื้อสายกีต้าร์ ได้ง่ายขึ้นมากๆครับ  O. O

อันดับแรก!!
เราต้องมารู้จักกับสายกีต้าร์ก่อนครับ และในส่วนนี้จะขอแบ่งเป็น 2 เรื่องง่ายๆ ตามนี้....

1.ขนาดของสายกีต้าร์
หลายๆท่านส่วนใหญ่ จะเรียกกันสั้นๆว่า “เบอร์” ไม่ว่าจะเป็นสายกีต้าร์โปร่งหรือกีต้าร์ไฟฟ้า
ที่เป็นแบบชุด (6 สาย) จะมีหลายขนาดให้เราได้เลือกครับ
ส่วนใหญ่จะมีให้เลือกกันตั้งแต่ 008 จนไปถึง 014 กันเลยทีเดียว
ถ้าอยากรู้ว่าสายชุดนั้นเบอร์อะไร ลองดูตามภาพครับ...



เบอร์ของแต่ละชุด จะอ้างอิงจากสายล่างสุดหรือสายที่ 1 ของชุดนั้นๆเป็นหลักครับ
เช่น สายชุดนั้นสายที่ 1 เป็นขนาด 011 เขาจะเรียกชุดนั้นกันว่า เบอร์ 11 เป็นต้นครับ
ในส่วนต่อมานั้นก็คือเรื่องของความต่างในแต่ละเบอร์ ว่า เล็ก/ใหญ่ ต่างกันอย่างไรบ้าง
ให้ลองดูตามภาพด้านล่างครับ



จากภาพจะสั่งเกตุได้ว่า...
เบอร์ยิ่งใหญ่เสียงจะยิ่งหนาและชัดขึ้นตามลำดับ แต่ความแข็งของสายก็จะตามขึ้นไปด้วยนั้นเอง
ส่วนเบอร์ยิ่งเล็กเสียงจะสิ่งบางลง แต่ตัวสายก็จะยิ่งนิ่มขึ้นครับ
ชัดเจนครับ!! ว่ามันจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป
อันนี้ก็แล้วความชอบความต้องการกันเลยครับ
แต่ถ้าท่านไหนยังไม่มีไอเดียว่าจะเลือกซื้อสายเบอร์อะไรดี ก็ให้ใช้เบอร์ตามนี้ได้เลยครับ
• กีต้าร์โปร่ง ให้เลือกเบอร์ 11
• กีต้าร์ไฟฟ้า ให้เลือกเบอร์ 9
เบอร์ที่แนะนำไปนั้น จะเป็นเบอร์ส่วนใหญ่ที่ใส่มาพร้อมกับกีต้าร์ครับ เป็นมตาตราฐานทั่วไป
ส่วนเรื่องที่ว่ากีต้าร์ของเรานั้นใส่สายเบอร์นู้นนี่ได้มั้ย?  ไม่ต้องกังวนครับ ให้พนักงานช่วยแนะนำเอาเลย
เพราะกีต้าร์บางรุ่นก็ใส่ได้แต่อาจจะต้อง Setup นิ๊ดหน่อย หรือบางรุ่นสามารถใส่ได้เลยโดยไม่ต้อง Setup ครับ

ในส่วนของขนาดสาย ให้ทุกท่านถามตัวเองก่อนครับว่า
อยากได้สายที่นิ่มมือหรือสายที่ให้เสียงเต็มสะใจ
ชอบนิ่มๆก็ต้องเบอร์เล็กเข้าไว้ ถ้าชอบเสียงเต็มๆก็ต้องเบอร์ใหญ่ครับ

2.วัสดุของสายกีต้าร์
หลังจากเรารู้ขนาดของสายที่เราชอบแล้ว
ต่อมาก็เป็นส่วนของวัสดุของสายกีต้าร์ (จะมีบอกอยู่ที่กล่อง)
เพราะในส่วนนี้ เป็นส่วนที่จะให้เนื้อเสียงที่ออกมาแตกต่างกันออกไปครับ
ลองมาดูกันครับว่าหลักๆมีอะไรบ้าง

เริ่มจากสายของกีต้าร์โปร่งก่อนนะครับ หลักๆก็จะมี
• 80/20 Bronze (สายที่เป็นสีทองเหลือง)
   สายประเภทนี้จะมีส่วนผสมของทองแดง 80% และสังกะสี 20%
   จะให้เสียงที่คม ลึก สว่าง
• Phosphor Bronze (สายที่เป็นสีทองแดง)
   สายประเภทนี้จะมีส่วนผสมของทองแดง 95% และดีบุกกับฟอสฟอรัส 8%
   จะให้เสียงที่อบอุ่น สดใส
• Silver Plated (สายที่เป็นสีขาวเงิน)
   สายประเภทนี้จะเป็นทองแดงชุบเงิน
   จะให้เสียงที่ นุ่มนวล และกลมกล่อม ส่วนใหญ่นิยมเอาไว้เล่นแนว Finger Style

ส่วนของกีต้าร์ไฟฟ้า หลักๆก็จะมี
• Nickel Plated
   สายประเภทนี้จะเป็นโลหะชุบนิกเกิ้ล
   ถือว่าเป็นมาตรฐานของสายกีต้าร์ไฟฟ้าเลยครับ
• Pure Nickel
   สายประเภทนี้จะเป็นนิกเกิ้ลบริสุทธิ์
   จะให้เสียงที่อบอุ่น

ในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบอีกแหละครับ ว่าเราชอบเนื้อเสียงอารมณ์แบบไหน ชอบแบบไหนก็ให้เลือกแบบนั้นครับ
เลือกไปเลยอย่าไปเสียดาย เพราะสายกีต้าร์เราเปลี่ยนกันเป็นประจำอยู่แล้ว เปลี่ยนแบบใหม่ได้ ทุกๆครั้งที่ซื้อครับ

อันดับที่สอง!!
รู้ทั้ง 2 เรื่องแล้วก็จัดให้ตรงใจครับ



หลังจากที่เรารู้ข้อมูลข้างต้นแล้ว ก็ตัดสินใจเลือกตาม 2 ขั้นตอนนี้ได้เลยครับ ว่า......
1. สายเบอร์อะไร ?
2. วัสดุสายแบบไหน ?
ถ้าหาคำตอบได้แล้วก็จัดไปครับ..... ^^
ส่วนยี่ห้ออะไรนั้น ลองไปดูที่หน้าร้านนั้นๆได้เลยครับ ถ้าไม่มั่นใจก็ถามพนักงานเพิ่มเติมเอาเลยครับ
และถ้าใครอยากจะให้สายกีต้าร์ของเราอยู่นานๆ สนิมขึ้นช้าๆ ก็ลองหาสายที่เป็น “แบบเคลือบ” ลองมาใช้ดูสักชุดครับ ส่วนจะใช้ได้นานเท่าไหรนั้น ขึ้นอยู่กับเราดูแลครับ
ราคาก็อาจจะสูงกว่าสายปกติสักหน่อยครับ....

หวังว่าทุกท่านคงจะได้ไอเดียสำหรับการซื้อสายกีต้าร์กันแล้วนะครับ
แค่ 2 เรื่องก่อนซื้อเท่านั้นเองครับ ตอบตัวเองได้ก็จะได้สายที่ถูกใจครับ
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเล่นดนตรีนะครับ ^^